เผยแพร่: 01 Mar 2025
•อัปเดตล่าสุด: 02 May 2026


Google Ads ยังคงเป็นช่องทางโฆษณาที่ได้ผลดีมากในตอนนี้ แต่ทำไมบางธุรกิจถึงประสบความสำเร็จจากการรันโฆษณา Google Ads ในขณะที่บางรายกลับเสียเงินไปเยอะแต่ไม่ได้ผลลัพธ์ดีเท่าที่ควร? หนึ่งในคำตอบสำคัญอยู่ที่ Bidding Strategy หรือกลยุทธ์การเสนอราคาประมูลโฆษณานั่นเอง ADCHARIYA มองว่านี่เป็นจุดที่หลายคนมักมองข้าม และมันมีผลต่อประสิทธิภาพของแคมเปญอย่างมาก หลังอ่านบทความนี้เสร็จ คุณจะเข้าใจมากขึ้น และสามารถเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะกับธุรกิจได้ ทำให้งบโฆษณาของคุณที่ลงทุนไปนั้นคุ้มค่า ไม่ต้องเสียเงินไปกับการโฆษณาที่ไม่ตรงกลุ่มหรือไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป
Bidding Strategy คือกลยุทธ์การประมูลราคาสำหรับการโฆษณาออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสามารถกำหนดวิธีการเสนอราคาที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มยอดคลิก การเพิ่ม Conversion หรือการสร้างการรับรู้แบรนด์ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มโฆษณาอย่าง Google Ads ที่มีระบบการประมูลแบบเรียลไทม์ กลยุทธ์นี้จะกำหนดว่าคุณพร้อมจ่ายเท่าไรสำหรับการแสดงผลโฆษณาในตำแหน่งที่ต้องการ ซึ่งมีทั้งแบบควบคุมด้วยตนเองหรือใช้ระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณโฆษณา
Bidding Strategy แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ Manual Bidding และ Automated Bidding โดยแต่ละประเภทมีลักษณะการทำงานและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน เหมาะสำหรับแคมเปญโฆษณาที่มีเป้าหมายต่างกัน ดังนี้
Manual Bidding หรือ Manual CPC (Cost Per Click) เป็นรูปแบบการเสนอราคาที่ผู้ลงโฆษณาเป็นผู้กำหนดราคาสูงสุดต่อหนึ่งคลิกด้วยตนเอง โดยเน้นควบคุมตำแหน่งการแสดงผลของโฆษณาด้วยราคาที่ตนเองกำหนด การทำงานของระบบนี้คือ โฆษณาที่เสนอราคาสูงกว่าจะได้ตำแหน่งการแสดงผลที่ดีกว่า ซึ่ง Manual Bidding เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำโฆษณาบน Google และยังไม่มี Conversion Tracking ที่ชัดเจน ข้อดีคือสามารถควบคุมต้นทุนต่อคลิกได้อย่างเต็มที่ แต่ต้องคอยปรับ Bid ด้วยตัวเองอยู่เสมอ
Automated Bidding เป็นการเสนอราคาแบบอัตโนมัติที่ใช้ Machine Learning ของ Google ในการเก็บข้อมูลและคำนวณการเสนอราคา ซึ่งจะต้องมีการเก็บข้อมูลจากการทำโฆษณาในจำนวนหนึ่งก่อน จึงจะสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในกลุ่ม Automated Bidding หรือที่เรียกว่า Smart Bidding นั้น สามารถแบ่งย่อยได้อีก 7 ประเภท คือ
Maximize Clicks คือการเสนอราคาอัตโนมัติที่มุ่งเน้นให้ได้จำนวนคลิกสูงสุดภายใต้งบประมาณที่กำหนด เหมาะสำหรับเว็บไซต์ใหม่ที่ต้องการสร้าง Traffic เข้าเว็บไซต์ หรือธุรกิจที่ลูกค้ามักใช้เวลาในการเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อ ผู้ลงโฆษณาสามารถกำหนดเพดานงบประมาณเองได้ แต่หากไม่ได้กำหนด Google จะจัดการจำนวนเงินเพื่อให้ได้ยอดคลิกสูงที่สุด
Target Impression Share เป็นกลยุทธ์ที่เน้นให้โฆษณาของคุณปรากฏในตำแหน่งที่ต้องการบนหน้าผลการค้นหา ไม่ว่าจะเป็นอันดับที่ 1 หรือตำแหน่งอื่น ๆ เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้าง Brand Awareness ให้ผู้คนรู้จักแบรนด์มากขึ้น ตัวอย่างเช่น หากต้องการให้โฆษณาแสดงผลทุกครั้งเมื่อมีการค้นหาชื่อแบรนด์ คุณสามารถตั้ง Target Impression Share เป็น 100% ได้
Enhanced CPC เป็นกลยุทธ์กึ่งอัตโนมัติที่คล้ายกับ Manual Bidding แต่มีการใช้ AI ช่วยปรับราคาเพื่อลดต้นทุนต่อคลิกและเพิ่ม Conversion ให้มากที่สุด Google จะคำนวณโอกาสในการได้รับ Conversion และปรับ Bid ให้โดยอัตโนมัติ กลยุทธ์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมราคาด้วยตัวเองบางส่วน แต่ยังต้องการความช่วยเหลือในการเพิ่ม Conversion
Target CPA คือกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นให้ได้ Conversion มากที่สุดตามงบประมาณที่กำหนด โดยไม่สนใจจำนวนคลิกหรือตำแหน่งของโฆษณา Google จะคำนวณล่วงหน้าว่างบประมาณที่คุณกำหนดจะได้ Conversion มากที่สุดเท่าไร วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมงบประมาณในการทำโฆษณาเพื่อให้ได้ Conversion ที่เหมาะสมที่สุด แต่ต้องมีการตั้งค่า Conversion และทำโฆษณามาแล้วในระดับหนึ่ง
Target ROAS เป็นการเสนอราคาอัตโนมัติที่กำหนด Conversion Value ไม่ให้ต่ำกว่าที่ตั้งไว้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือการเสนอราคาตามกำไรที่ต้องการได้รับ Google จะคำนวณและเสนอราคาอัตโนมัติโดยดูจากกำไรที่คุณต้องการ ซึ่งกลยุทธ์นี้เหมาะสำหรับธุรกิจที่เน้นการเพิ่ม Conversion เป็นหลัก และสามารถกำหนดมูลค่าของแต่ละ Conversion ได้อย่างชัดเจน
Maximize Conversions เป็นรูปแบบ Smart Bidding ที่ Google จะวิเคราะห์จากปัจจัยต่าง ๆ เช่น เวลา สถานที่ และคีย์เวิร์ดที่มีการซื้อหรือติดต่อ เพื่อให้ได้ Conversion ที่มากที่สุด เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้างยอดขาย หรือการลงทะเบียนสมาชิกจำนวนมาก ทั้งนี้ Google จะช่วยคำนวณว่าควรเสนอราคาเมื่อไหร่เพื่อให้ได้ Conversion ที่คุ้มค่าที่สุดภายใต้งบประมาณที่กำหนด
Maximize Conversion Value คือกลยุทธ์ที่คล้ายกับ Maximize Conversions แต่เน้นเพิ่มมูลค่าของ Conversion มากกว่าจำนวน Google จะเสนอราคาเพื่อให้ได้มูลค่า Conversion สูงสุดภายใต้งบประมาณที่มี เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีสินค้าหรือบริการหลายราคา และต้องการเน้นขายสินค้าที่มีมูลค่าสูงเพื่อเพิ่มรายได้โดยรวม
การเลือก Bidding Strategy ที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญของการทำโฆษณา Google Ads ให้ประสบความสำเร็จ เพราะไม่เพียงช่วยจัดการงบประมาณให้คุ้มค่า แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการแสดงผลและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณ กลยุทธ์การประมูลที่ดีจะช่วยให้คุณแข่งขันได้ในตลาดโฆษณาออนไลน์ที่มีการแข่งขันสูง พร้อมกับรักษาต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด
ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะเป็น Click, Conversion หรือ ROI การเลือก Bidding Strategy ที่เหมาะสมกับเป้าหมาย จะช่วยให้แคมเปญ Google Ads ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น เพราะกลยุทธ์ที่ถูกต้องช่วยให้คุณใช้งบประมาณได้คุ้มค่าและเข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น การเลือกระหว่าง Manual และ Automated Bidding รวมถึงกลยุทธ์ย่อยต่าง ๆ ควรพิจารณาจากเป้าหมาย งบประมาณ และประสบการณ์การทำโฆษณาของคุณ ลองทดสอบ ทำ A/B Testing และปรับเปลี่ยนแคมเปญตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ จะช่วยให้พบกับกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ที่สุดเอง
สำหรับใครที่ไม่มั่นใจว่าควรเลือก Bidding Strategy แบบไหน หรือต้องการผู้เชี่ยวชาญด้าน Google Adsเข้ามาดูแล ปรึกษา ADCHARIYA ได้เลย เราคือดิจิทัลเอเจนซี่ที่เชี่ยวชาญด้าน Performance Marketing และบริการรับทำ SEO (Search Engine Optimization) หรือการทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรก Google อย่างยั่งยืน


ให้ “แอดฉริยะ” เป็นบริษัททำการตลาดออนไลน์ที่ดันผลประกอบการ
ของคุณให้ไกลกว่าเดิม ติดต่อเราได้เลยวันนี้